เมื่อเข้าสู่ปี 2026 (พ.ศ. 2569) ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ได้วัดกันที่ปริมาณอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ "คุณภาพและไลฟ์สไตล์ที่เฉพาะเจาะจง" ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่เท่ากัน (K-Shaped Recovery) เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในพฤติกรรมผู้บริโภคและกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ
📊 สรุปภาพรวมตลาดปี 2026
ประเภทอสังหาฯ | แนวโน้ม | ปัจจัยสนับสนุน |
บ้านหรู (Luxury) | 📈 เติบโตต่อเนื่อง | ความต้องการจากชาวต่างชาติและกลุ่มมั่งคั่ง |
คอนโดมิเนียม | ➡️ ทรงตัว/เลือกทำเล | เน้นติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง (CBD) เท่านั้น |
บ้านพักวัยเกษียณ | 🚀 พุ่งสูง | การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ของไทย |
อสังหาฯ หัวเมืองท่องเที่ยว | 📈 สดใส | การขยายตัวของกลุ่ม Digital Nomad และ Workation |
🔑 3 เทรนด์ใหญ่ที่เปลี่ยนโฉมหน้าอสังหาฯ ไทย
1. สังคมสูงวัยและ Universal Design
ปี 2026 คือปีที่โครงการอสังหาฯ แทบทุกแห่งต้องมีนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Smart Home Monitoring, พื้นลดแรงกระแทก หรือการออกแบบที่ไม่มีสเต็ป (Step-free design) เพื่อรองรับกลุ่ม Silver Economy ที่มีกำลังซื้อสูง
2. ความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่กระแส (ESG & Green Living)
บ้านที่มาพร้อม Solar Rooftop และ EV Charger กลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ โครงการที่เน้นการประหยัดพลังงานและลดคาร์บอนจะได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อเริ่มคำนึงถึงค่าส่วนกลางและค่าไฟในระยะยาว
3. การเงินรูปแบบใหม่ (New Financial Solutions)
จากปัญหาหนี้ครัวเรือน นักพัฒนาอสังหาฯ จึงหันมาใช้โมเดล "Rent-to-Own" (เช่าออมบ้าน) มากขึ้น เพื่อช่วยให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่ติดปัญหาเรื่องการกู้สินเชื่อสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ในอนาคต
📍 ทำเลทองที่น่าจับตา
กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก (บางนา-ตราด): ศูนย์กลางโลจิสติกส์และโรงเรียนนานาชาติ
ภูเก็ต และ สมุย: ตลาดบ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์ที่ยังคงร้อนแรงจากดีมานด์ทั่วโลก
พื้นที่แนวรถไฟฟ้าสายใหม่: โดยเฉพาะส่วนต่อขยายที่เริ่มเปิดใช้บริการเต็มรูปแบบ
